วิธีรับมือกับอาการโคลิค ที่แม่ควรรู้

โคลิค คืออาการที่เป็นมากกว่าแค่การร้องกวน งอแง ปลอบไม่หยุด ร้องจนเหนื่อย และหลับไปเอง หลายครอบครัวคงประสบพบเจอกับปัญหาใหญ่นี้ เมื่อลูกร้องไห้ไม่หยุดโดยไม่มีสาเหตุหลายชั่วโมง และเป็นแบบนี้เกือบทุกคืน ความเครียดและความกังวลของผู้เป็นพ่อแม่คงท่วมท้นทวีคูณ ซึ่งในทางการแพทย์จะวินิจฉัยโดยพิจารณาจากอาการร้อง งอแง ที่เป็นระยะเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ใน 1 วัน และเป็นซ้ำอีก มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์  โดยไม่มีสาเหตุทางร่างกายอื่น ๆ เช่น ป่วย หรือหิวนม โดยมักเกิดในทารกอายุ 1-4 เดือน และมีอัตราการเกิดอยู่ที่ราว 20% หรือ 1 ใน 5 ของทารก จะมีภาวะโคลิค1 อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยเป็น โคลิค? ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาการของโคลิคอาจเกิดจากทางกายภาพ เช่น แพ้โปรตีนในนมวัว ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ขับถ่ายลำบาก หรือมีการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่1 จุลินทรีย์ในลำไส้ เป็นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่มีหน้าที่ที่หลากหลาย เช่น ช่วยย่อยอาหาร สร้างระบบภูมิคุ้มกัน และต่อสู้เชื้อโรค  ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ของเรานั้นมีทั้งเชื้อดี และเชื้อร้าย …

โรคทางเดินอาหาร

รับมืออย่างไรเมื่อลูกน้อยร้องไห้แบบโคลิค

การร้องไห้ของลูกน้อยถือเป็นธรรมชาติของเด็กในการสื่อสารความต้องการ เช่น หิว กลัว รู้สึกไม่สบาย หรือต้องการนอน แต่บางครั้งจะพบว่าลูกน้อยร้องไห้อย่างหนัก ร้องดังมาก และร้องนานกว่าปกติ ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจขึ้นมา หากพบว่าลูกน้อยมีอาการร้องไห้อย่างหนักแบบนี้อาจต้องนึกถึงอาการโคลิค โคลิคคืออะไร? โคลิค เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดและทารก พบได้ถึง 20% ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน มักมีอาการร้องไห้อย่างหนักโดยไม่มีสาเหตุ ไม่สามารถกล่อมให้หยุดร้องได้ มักจะร้องไห้ช่วงเวลาเดิม ๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงสาย ๆ หรือเย็นของวัน มักร้องไห้นานกว่า 1-3 ชั่วโมง โคลิคเกิดจากอะไร? ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของอาการโคลิค คาดว่าอาจมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ระบบย่อยอาหารหรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อทางเดินอาหารผิดปกติ มีลมหรือแก๊สในท้องมากทำให้รู้สึกไม่สบายตัว มีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นหรือรบกวน เช่น แสงจ้า อากาศร้อน ปัญหาจากการป้อนนม เช่น ป้อนมากเกินไป ป้อนน้อยเกินไป ป้อนนมผิดวิธี หรืออาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? เมื่อลูกมีอาการร้องไห้อย่างหนัก ย่อมสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อและคุณแม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการโคลิคสามารถดีขึ้นเรื่อย ๆ และหายไปได้เองในเด็กอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป…

โรคทางเดินอาหาร

ลูกแหวะนม สำรอกนม ทำอย่างไรดี

ลูกแหวะนมเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ส่วนใหญ่มักเป็นหลังดูดนมเสร็จหรือหลังมื้ออาหาร เด็กแต่ละคนอาจมีอาการแหวะนมมากน้อยต่างกัน ลูกแหวะนมเกิดจากอะไร สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของลูกแหวะนม คือ ทารกกินนมมากเกินไป เช่น ป้อนนมให้ลูกบ่อยมากกว่าทุก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งระบบย่อยอาหารของทารกยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ กล้ามเนื้อหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารยังทำงานไม่สมบูรณ์และปิดไม่สนิท และนมเป็นของเหลว จึงไหลย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นมาสู่หลอดอาหารและออกมาทางปากได้ง่าย อาการแหวะนมที่เกิดขึ้นมักไม่อันตรายและไม่ส่งผลต่อสารอาหารที่ทารกได้รับ สำหรับการแหวะนมที่ผิดปกติหรือต้องระวัง คือ นมที่ลูกแหวะออกมามีสิ่งเจือปนอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เลือด หรือมีสีเหลืองของน้ำดี หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ น้ำหนักไม่เพิ่มตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีอาการอาเจียนพุ่ง หากมีอาการเหล่านี้ควรนำลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจอย่างละเอียด อาการเมื่อลูกน้อยแหวะนม อาการที่อาจจะพบเมื่อลูกน้อยแหวะนม คือ ● ร้องกวนโยเยหลังกินนมเสร็จ ● นอนบิดตัวไปมาดูเหมือนไม่สบายท้อง ● บางครั้งอาจแหวะนมออกมาทั้งทางปากและทางจมูก ● น้ำนมที่แหวะออกมาอาจมีลักษณะเป็นลิ่มเหมือนเต้าหู้เพราะผสมกับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาการนี้จะหายไปหากให้ลูกกินนมในปริมาณที่เหมาะสมกับวัย สำหรับวัยแรกเกิดถึง 3 เดือนไม่ควรถี่เกินกว่า 8-10 มื้อต่อวัน และในทารกอายุมากกว่า 3-6 เดือนไม่ให้ถี่เกินกว่า 6 มื้อต่อวัน หลังทารกแหวะนม ถ้ายังสามารถดูดนมต่อได้ตามปกติ ดูอารมณ์ดี ก็ถือว่าปกติไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทำอย่างไรเมื่อลูกแหวะนม…

โรคทางเดินอาหาร
THL2173067-3