อาหารและอาหารเสริมที่ควรให้ เมื่อลูกน้อยมีอาการท้องผูก

เยี่ยมชม a:care ครั้งแรกใช่มั้ย? ลงทะเบียนที่นี่

acare อาหารและอาหารเสริม เมื่อลูกน้อยมีอาการท้องผูก

โรคทางเดินอาหาร

โรคทางเดินอาหาร

อาหารและอาหารเสริมที่ควรให้ เมื่อลูกน้อยมีอาการท้องผูก

Print
Share

ภาวะท้องผูก เป็นภาวะที่พบบ่อยในเด็ก ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุของโรคทางกายที่ร้ายแรง การรักษาได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือ การปรับเปลี่ยนเรื่องของอาหาร การฝึกขับถ่ายอย่างถูกต้อง และพิจารณาให้ยาระบายที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย โดยเริ่มดูจากอาการท้องผูกในเด็กว่าเหมือนหรือต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร และอาหารที่เหมาะสมกับเด็กที่มีอาการท้องผูก คืออาหารประเภทใดบ้าง


ท้องผูกในเด็กเป็นอย่างไร

ภาวะท้องผูกในเด็ก หมายถึง การขับถ่ายอุจจาระช้ากว่าเวลาที่ควรเป็น และยากลำบากจนทำให้เจ็บปวดหรือไม่สุขสบายเวลาขับถ่าย และมีอาการอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับมีอุจจาระที่แข็ง แห้ง หรือเป็นเม็ดแข็ง โดยพ่อแม่ควรจะรู้ธรรมชาติการขับถ่ายของเด็ก ว่าเด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีความถี่ในการขับถ่ายที่ต่างกัน ดังนี้

-  เด็กช่วง 3 เดือนแรก ถ้ารับประทานนมแม่อาจถ่ายประมาณวันละ 3 ครั้ง  ถ้ารับประทานนมผสมอาจถ่ายวันละ 2 ครั้ง

-  เด็กช่วง 6-12 เดือน มักจะถ่ายประมาณวันละ 2 ครั้ง

-  เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป มักจะถ่ายประมาณวันละ 1 ครั้ง


อาหารที่ควรให้ในเด็กที่มีอาการท้องผูก

แนวทางปฏิบัติเพื่อลดอาการท้องผูกที่ดีวิธีหนึ่ง คือ ปรับเรื่องของอาหารให้เหมาะสมกับลูกน้อย คือ ควรกินอาหารที่มีกากใยสูง ได้แก่ ผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะกากใยจะช่วยอุ้มน้ำไว้ในลำไส้ ทำให้เพิ่มปริมาณอุจจาระและทำให้อุจจาระนุ่ม ง่ายต่อการขับถ่าย รวมถึงดื่มน้ำอย่างเพียงพอ วันละอย่างน้อย 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หวาน และมีกากใยน้อย เช่น ไอศกรีม เนยแข็ง ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ตัวอย่างเมนูอาหารสำหรับลูกน้อย ได้แก่

-  น้ำส้มคั้นสด ๆ ใส่เกลือเล็กน้อย ถ้าผสมเนื้อส้มด้วยก็จะดี ให้ดื่มตอนเช้าก่อนเริ่มมื้ออาหารเช้า

-  พยายามปรุงอาหารที่เป็นเมนูฟักทอง ให้รับประทานบ่อย ๆ เพราะฟักทองมีกากใยสูง

-   ลูกพรุน หรือจะทำเป็นน้ำลูกพรุนดื่มก่อนนอนก็ได้

-  น้ำมะขาม เริ่มจากนำมะขามมาคั้นในน้ำอุ่น หลังจากนั้นจึงกรองกากใหญ่ออก แล้วมาตั้งไฟให้เดือด โดยที่ใส่น้ำตาล เกลือพอประมาณ เพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากลูกน้อย

ส่วนเด็กเล็กก็ให้นมตามปกติ โดยเริ่มให้อาหารเสริมเข้าไปในเด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เช่น ข้าวผสมกับผักบดให้ละเอียด หรือน้ำผลไม้ เช่น น้ำลูกพรุนที่ผสมกับน้ำต้มสุกให้เจือจางลง ค่อย ๆ ให้เด็กเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ประมาณ 15-20 ซีซีต่อวัน

นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนเรื่องของอาหารแล้ว การปรับพฤติกรรมอื่น ๆ ก็มีความสำคัญมากต่อลูกน้อย ควรสนับสนุนให้เด็กถ่ายอุจจาระเป็นเวลา เช่น หลังอาหารเช้า มีท่าถ่ายอุจจาระที่เหมาะสม ผู้ปกครองควรให้คำชมเชยแก่เด็กทันทีทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระได้