หลักการเลือกใช้โพรไบโอติกในทางการแพทย์

โพรไบโอติกคืออะไร จะเลือกใช้อย่างไร ?

โพรไบโอติก หมายถึง จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันมีจุลินทรีย์หลายชนิดที่มีคุณสมบัติที่ดี และให้ประโยชน์ในการแพทย์1-2 อย่างไรก็ตาม การจะเลือกใช้โพรไบโอติกให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมีข้อควรพิจารณาหลายประการ ดังนี้

  1. ต้องเลือกสายพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละโรคตามหลักฐานทางวิชาการที่มี เนื่องจากโพรไบโอติกจะมีฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์และมีความจำเพาะเจาะจงในแต่ละสายพันธุ์ จึงต้องเลือกชนิดของโพรไบโอติกให้ตรงกับความผิดปกติของร่างกาย  ซึ่งในปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดว่าโพรไบโอติกทุกชนิดสามารถนำมาป้องกันและรักษาโรคได้เหมือนกัน หรือใช้แทนกันได้1-2
  2. ต้องให้โพรไบโอติกในขนาดที่เหมาะสมตามคำแนะนำในแต่ละโรค เพราะหากให้ในปริมาณที่ต่ำกว่าคำแนะนำอาจทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพ1-2
  3. ช่วงอายุของผู้ป่วย แม้โพรไบโอติกจะสามารถรับประทานได้ทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ในแต่ละช่วงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายที่แตกต่างกัน จึงอาจตอบสนองต่อการรักษาด้วยโพรไบโอติกแตกต่างกัน การใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ การเลือกใช้สายพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยแต่ละช่วงอายุตามที่มีงานวิจัยรับรอง1-2
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถมั่นใจในคุณภาพ เช่น ผ่านกระบวนการการผลิตจากโรงงานอันมีมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงในการปนเปื้อน หรือมีปริมาณจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในฉลาก1



การใช้โพรไบโอติกในทางการแพทย์

ปัจจุบันมีงานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากที่ศึกษาถึงการใช้โพรไบโอติกในการป้องกันหรือรักษาโรคต่าง ๆ ตัวอย่างโรคในเด็กที่พบประโยชน์จากการใช้โพรไบโอติก ได้แก่


โพรไบโอติก สายพันธุ์ Lactobacillus reuteri DSM17938


  1. การรักษาภาวะท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก การใช้โพรไบโอติกจะช่วยลดปริมาณอุจจาระและระยะเวลาการเกิดอาการท้องเสียได้ สายพันธุ์ที่แนะนำให้ใช้ ได้แก่ Lactobacillus reuteri DSM 17938, Saccharomyces boulardi CNCMI-745 และ Lactobacillus rhamnosus GG2-3
  2. อาการปวดเกร็งช่องท้องในเด็ก การใช้โพรไบโอติกช่วยบรรเทาอาการและความรุนแรงของอาการปวดท้องในเด็กได้ สายพันธุ์ ที่แนะนำให้ใช้ ได้แก่ Lactobacillus reuteri DSM 17938 และ Lactobacillus rhamnosus GG2,4-5
  3. ป้องกันการติดเชื้อในเด็ก โพรไบโอติกช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย จึงมีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อได้ สายพันธุ์ที่มีข้อมูลป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ ได้แก่ Lactobacillus reuteri DSM 17938 และ Lactobacillus rhamnosus GG2-3
  4. อาการโคลิก (infantile colic) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดและทารก เด็กมักจะมีอาการร้องไห้มาก ร้องนาน และบ่อยกว่าปกติ คาดว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงมีการนำโพรไบโอติกมาใช้ป้องกันและรักษาอาการโคลิก สายพันธุ์ที่แนะนำและมีงานวิจัย คือ Lactobacillus reuteri DSM 179382-4





เอกสารอ้างอิง
1. Gareau MG, Sherman PM, Walker WA. Probiotics and the gut microbiota in intestinal health and disease. Nat Rev Gastroenterol Hepatol 2010; 7: 503-14.
2. Szajewska H. What are the indications for using probiotics in children? Arch Dis Child 2016; 101: 398-403.
3. Urbanska M, Szajewska H. The efficacy of Lactobacillus reuteri DSM 17938 in infants and children: a review of the current evidence. Eur J Pediatr 2014; 173: 1327-37.
4. Mu Q, Tavella V, Luo XM. Role of Lactobacillus reuteri in human health and diseases. Frontiers in Microbiology 2018; 9: 757. doi: 10.3389/fmicb.2018.00757.
5. Trivic I, Niseteo T, Jadresin O, et al. Use of probiotics in the treatment of functional abdominal pain in children – systematic review and meta-analysis. Eur J Pediatr 2021; 180: 339-51.



THL2195339